[TOP/GD] Love is all around (INTRO)

posted on 27 May 2014 23:35 by wildninyx

Love is all around
Author by มิน้อย?          

 

 

 

 

Paring : Choi Seunghyung x Kwon Jiyong
(Feat. TEDBAEK TAE7 NAMSONG BJIN KRISYEOL KAIDO MARKBAM)
Rate : PG
Note : ฟิคแนวใสใส ฟิคยาวมาก และหลายคู่สุดๆ
ฟังประกอบนะคะ http://youtu.be/ksi2RsflYEc เพื่อความอิน ฟฟฟฟ

 

*แฟนฟิคนี้เกิดขึ้นมาจากจินตนการของผู้แต่งค่ะ
แต่งเพื่อความบันเทิงและเป็นเรื่องเกี่ยวกับชายรักชาย ถ้ารับไม่ได้แนะนำให้ปิดนะค่ะ*

 

==================================================

 














ตอนนี้ทุกสายตาต่างจับจ้องนักเรียน ‘ใหม่’ ของห้องด้วยแววตาตกตะลึง เมื่ออาจารย์ที่ปรึกษากำลังแนะนำคนที่ยืนอยู่หน้าชั้นเรียนตามหน้าที่ ส่วนนักเรียนที่มาใหม่พยายามสบตาและจดจำใบหน้าของเพื่อนๆในชั้นให้มากที่สุด เพื่อง่ายต่อการรู้จัก

 

 

 

 

 

แต่... ถ้าจำไม่หมดก็... 

 

 

 

 

 

แชะ!

 

 

 

 

 

กล้องโลโม่ตัวเล็กถูกยกขึ้นมาถ่ายโดยฝีมือของคนหน้าห้องซึ่งสร้างความงุนงงให้เพื่อนร่วมชั้นและอาจารย์ไม่น้อยเลยทีเดียว

 

 

 

 

  

“เดี๋ยวจียงไปนั่งข้างยองเบนะจ๊ะ” อาจารย์สาวชี้ไปยังโต๊ะเรียนที่ว่างอยู่ทางด้านหลังห้องซึ่งโต๊ะอยู่ติดกับ ‘ทงยองเบ’ นักเรียนดีเด่นของห้อง

 

 

 

 

 

จียงพยักหน้ารับทราบและเดินไปที่โต๊ะอย่างว่าง่าย 

 

 

 

 

 

“Hi~ ” ทงยองเบเป็นฝ่ายเริ่มทักทายก่อน

 

 

 

 


“ไง!”

 

 

 

 

 

 

“ฉันไม่รู้ว่านายจะพูดเกาหลีได้ด้วย... นายเป็นนักเรียนแลกเปลี่ยนมาจากอเมริกาไม่ใช่เหรอ ?” ทงยองเบรู้สึกแปลกใจที่จียงพูดเกาหลีได้

 

 

 

 

 

 “มาจากเมกาแล้วไง จำเป็นต้องพูดอังกฤษได้อย่างเดียว ? งั้นก็... I can speak korean a little bit ” จียงเลิกคิ้วกวนๆหลังจากที่ยอกย้อนนักเรียนดีเด่นสำเร็จ

 

 

 

 

 

“นายมาจากรัฐไหน ?”  

 

 

 

 

 

 “นิวยอร์ค”

 

 

 

 

 

“ฉันอยากไปแลกเปลี่ยนที่นิวยอร์คดูบ้าง”

 

 

 

 

 

“นายน่าจะไป... จะได้ไม่ต้องมาเจอกับฉันไง J” จียงฉีกยิ้มและ...

 

 

 

 

 

 แชะ!

 

 

 

 

 

 กล้องตัวเดิมถูกถ่ายโดยฝีมือของคนเดิม แต่นายแบบไม่ใช่พวกเพื่อนๆในห้องเรียนเหมือนเดิม แต่กลับเป็นทงยองเบที่กำลังทำหน้าเหวออยู่ ซึ่งเรียกเสียงหัวเราะของคนถ่ายได้ไม่มากก็น้อย

 

 

 

 


“ลบเลยนะ -_-” นายแบบยองเบพูดด้วยสีหน้าเซ็งๆ

 

 

 

 

 

 

“เสียใจด้วย กล้องนี้ใช้ฟิล์ม” เจ้าของกล้องยักไหล่เบาๆเหมือนกับไม่แคร์ ก่อนเจ้าตัวจะหันไปถ่ายบรรยากาศรอบๆในห้องเรียน

 

 

 

 

 

“วันนี้ไม่มีเรียนเหรอ?” จียงถาม

 

 

 

 

 

“ใช่ มันเป็นอย่างนี้ทุกวันแรกของการเปิดเทอม”

 

 

 

 

 

 

“งั้นก็โดดเรียนกัน” ควอนจียงลุกขึ้นพร้อมบิดขี้เกียจเบาๆก่อนมองไปทางเพื่อนข้างโต๊ะที่กำลังเก็บหนังสือที่วางอยู่บนโต๊ะ
 
 
 
 
 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 


แชะ! แชะ! แชะ!

 

 

 

 

 

เสียงชัตเตอร์กล้องรัวติดกันเรื่อยๆตั้งแต่ควอนจียงเดินออกจากห้องเรียน ทั้งคู่เดินอย่างไม่รีบร้อนตัด ผ่านโต๊ะม้าหินและสวนย่อมก่อนจะมาถึง...

 

 

 

 

 

สนามบาสของโรงเรียน

 

 

 

 

 

 “เฮ้ย! ส่งให้กูดิว่ะ” เสียงโวยวายต่างๆนานาในสนามเรียกร้องความสนใจของผู้คนรอบสนามให้หยุดดูได้ไม่ยาก รวมทั้งควอนจียง

 

 

 

 

 

“จียง ฉันลืมของไว้บนห้อง... เดี๋ยวมา รอแปป!” ยองเบบอกจียงก่อนจะวิ่งกลับไปทางเดิมที่พวกเขาเดินกันมาในตอนแรกด้วยความรีบร้อน

 

 

 

 

 

“บอกให้ส่งมาให้กู!” น้ำเสียงเดิมเน้นย้ำเพื่อนร่วมทีมให้ส่งบอลมาให้ ทำให้คนที่ครองลูกบาสอยู่โยนไปให้เจ้าของเสียงด้วยความหมั่นไส้เต็มแรง ลูกบาสสีส้มลอยละลิ่วไปยังเจ้าของเสียงและเลยเจ้าตัวไปก่อนจะพุ่งตรงมาทางควอนจียงที่กำลังจะถ่ายรูปอยู่

 

 

 

 

 

ตอนนี้ทุกอย่างมันกลับดูช้าไปซะหมด...

 

 

 

 

 

ลูกบาสกลมๆกำลังจะโดนหน้าร่างบางที่ถือกล้องอยู่ จียงถอยหลังตามสัญชาตญาณ แต่กลับชนอะไรบางอย่าง จียงรีบหันกลับมาดูก็พบกับ

 

 

 

 

 

 

‘ใครบางคน…’ ที่ช่วยชีวิตจียงไว้จากลูกบาสนั้น         

 

 

 

 

 

แชะ! 

 

 

 

 

 

เสียงชัตเตอร์ถูกถ่ายจากเจ้าของกล้อง จียงคลี่ยิ้มบางๆเมื่อได้ถ่ายรูปคนที่ช่วยจียงไว้ ก่อนคนถูกถ่ายรูปจะเขวี้ยงลูกบาสกลับไปทางเดิม สีหน้าบึ้งตึงไร้อารมณ์ของนายแบบทำให้จียงถึงกับหลุดหัวเราะเล็กๆ  

 

 

 

 

 

‘หน้าตาดีแบบนี้ทำไมถึงทำหน้าบึ้งแบบนั่นนะ ตลกจัง’ จียงคิดในใจ

 

 

 

 

 

 

“ขอบคุณ” จียงเอ่ยคำขอบคุณก่อนที่อีกฝ่ายกำลังจะเดินออกไป 

 

 

 

 

 

“...”

 

 

 

 

 

คนที่มาช่วยจียงกำลังเดินออกไปไกลขึ้นเรื่อยๆ และจียงอยากรู้จักเขา จียงอยากสนิทกับเขามากกว่านี้ จียงกำลังคิดอยู่ว่า เขาควรจะถามชื่อดีรึเปล่า มันจะดูน่าเกียจมั้ย แต่ก็...

 

 

 

 

 

“นายชื่ออะไรเหรอ ?!!” จียงตะโกนถาม

 

 

 

 

 

ชายคนนั่นหยุดเดิน... และหันกลับมาทางควอนจียง

 
.

 
.

 
.

 
“ซึงฮยอน... ชเวซึงฮยอน” คนถูกถามตอบกลับมาและยิ้มที่มุมปากเล็กๆก่อนจะเดินจากไป
 
 
 
 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

.

edit @ 28 May 2014 00:06:45 by wild18 nyx

[SF][TOP/GD] Hotel Room Service (2/3)

posted on 06 Nov 2013 23:15 by wildninyx
Hotel Room Service
Author by มิน้อย?     
 
 
 
 
 
Paring : Choi Seunghyung x Kwon Jiyong & Other Pair
Rate : PG-19
Note : ตอนสองค่ะ ขอโทษที่มาอัพช้าไปมากๆๆๆๆค่ะ T-T
 
*แฟนฟิคนี้เกิดขึ้นมาจากจินตนการของผู้แต่งค่ะ แต่งเพื่อความบันเทิง
และเป็นเรื่องเกี่ยวกับชายรักชาย ถ้ารับไม่ได้แนะนำให้ปิดนะค่ะ*
 
==================================================
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 

2

 

 

 

 

 

[D-2] 05.00 AM

 

 

 

 

 

ชเวซึงฮยอนลุกจากเตียงพร้อมถอดเสื้อผ้าออกทิ้งไว้ตามพื้นฐาน ก๊อกน้ำถูกบิดเปิดให้ไหลเต็มอ่างจากุชชี่ขนาดใหญ่ ร่างสูงนอนลงแช่น้ำในอ่างราคาแพง ดวงตาคมมองออกไปด้านนอกตัวตึกในยามเช้าตรู่ ท้องฟ้าตอนเช้าของกรุงโซลเต็มไปด้วยเมฆหมอกสีฟ้าอมเทา บรรยากาศอึมครึมที่ไร้พระอาทิตย์ตอนใกล้สว่าง

 

 

 

 

 

เป็นบรรยากาศที่... น่าชวนนอนจริงๆ 

 

 

 

 

 

ควอนจียงเดินเข้ามาในห้องพักและนั่งลงเหนืออ่างจากุชชี่ที่ชเวซึงฮยอนนอนแช่น้ำอยู่ รอยยิ้มสวยปรากฏบนใบหน้าเรียว จียงโน้มหน้าเข้าไปใกล้และจูบริมฝีปากหนาอย่างเร้าร้อน

 

 

 

 

 

“อื้ม...” ชเวซึงฮยอนเคลิ้มไปรสจูบที่แสนเย้ายวนจากควอนจียงและสะดุ้งลืมตาตื่นขึ้นมาพร้อมผละรสจูบแสนหวานออกไปในที่สุด

 

 

 

 

 

“นาย... เป็นใคร?” ร่างสูงถาม

 

 

 

 

 

สวย...  

 

 

 

 

 

“รูมเซอร์วิสจากทางโรงแรม” ควอนจียงตอบพลางม้วนปลายผมสีบลอนด์ทองของตัวเองเล่น มือเรียวเอื้อมไปหยิบผ้าเช็ดตัวออกมากางออกพร้อมถามคนตรงหน้า

 

 

 

 

 

 “ช่วยเช็ดตัวให้เอามั้ย?” จียงยิ้มและส่งผ้าเช็ดตัวให้ซึงฮยอนก่อน

 

 

 

 

 

“ไม่ล่ะ ขอบใจ” ร่างสูงคว้าผ้าเช็ดตัวมาจากจียง ทำให้จียงต้องลุกออกไปจากบริเวณนั้นอย่างรู้หน้าที่

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

กลิ่นเมล็ดกาแฟหอมกรุ่นไปทั่วทั้งห้องครัว น้ำร้อนถูกเทจากกาต้มน้ำลงไปอย่างช้า กลิ่นอายความเข้มข้นของกาแฟลอยไปทั่ว ชเวซึงฮยอนที่พึ่งแต่งตัวเสร็จได้กลิ่นกาแฟจึงเดินมายังห้องครัว

 

 

 

 

 

“ฉันไม่ได้เรียกนายมา...” ร่างสูงลากเก้าอี้แล้วนั่งลง

 

 

 

 

 

“ใช่ นายไม่ได้เรียกฉันมา แต่รูมเซอร์วิสนี้รวมกับค่าห้องพักไปแล้ว และฉันก็คือเจ้าของห้องพักนี่ไม่ใช่นาย นายมันเป็นแค่ผู้อยู่อาศัยเฉยๆ J”  จียงหันกลับมาพร้อมถ้วยกาแฟ

 

 

 

 

 

“งั้นก็แสดงว่า... นายทำแบบนี้กับทุกคนที่มาพักสินะ” ชเวซึงฮยอนสบสายตากับจียง

 

 

 

 

 

“ไม่... เข้าใจผิดแล้วล่ะ สำหรับนาย... คนแรก” จียงตอบ

 

 

 

 

 

“แล้วนายรู้สึกยังไงเวลา...” ซึงฮยอนกำลังใช้ความคิดเลือกคำที่มันดูซอฟต์ที่สุดสำหรับร่างบางตรงหน้า

 

 

 

 

 

“คนทำเรื่องแบบนี้ มันต้องไม่รู้สึก... ไม่ต้องการ... ไม่จดจำ... ไม่ใช่เหรอ?” แต่จียงตอบสวนกลับมาก่อน

 

 

 

 

 

“รวมถึงฉันด้วยรึเปล่า” ชเวซึงฮยอนถามเสียงค่อย

 

 

 

 

 

“อาจจะ” จียงไหวไหล่เล็กน้อย

 

 

 

 

 

“แต่ฉันรวย” ชเวซึงฮยอนยักคิ้ว

 

 

 

 

 

“ฉันก็รวย” จียงยิ้มเล็กๆที่มุมปาก และก็เป็นร่างบางที่ถามถึงอาหารเช้า

 

 

 

 

 

“นี่... จะไม่ไปกินข้าวเช้ากันเหรอ คาเฟ่ของพี่เบ็คกี้ที่ชั้นลอบบี้อร่อยมากเลยนะ”

 

 

 

 

 

“ไปกินข้างนอกกันไหม?” ชเวซึงฮยอนเสนอความคิด

 

 

 

 

 

“ไปสิ”

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

@Lobby Floor

 

 

 

 

 

ทั้งคู่เดินออกมาจากลิฟต์และกำลังเดินออกไปยังประตูทางออกเพื่อไปหาร้านกินข้าวเช้ากัน แต่กลับถูกดึงความสนใจด้วยชายหนุ่มคนแปลกหน้าคนหนึ่ง

 

 

 

 

 

“ทำไมจียงไม่รับสายเฮีย?!!” เสียงตวาดกึ่งตะคอกดังขึ้น เมื่อควอนจียงและชเวซึงฮยอนเดินผ่านโซนโซฟา ชายหนุ่มลุกจากโซฟาแล้วเดินปรี่เข้ามาจียงอย่างเอาเรื่อง

 

 

 

 

 

“ใครน่ะ? อ๋อ...เฮียปาร์คจองซูนั่นเอง ผมไม่เห็นเฮียจะโทรมาหาผมเลย” จียงตอบแล้วหยิบไอโฟนสีขาวราคาแพงขึ้นมาดูสายมิสคอล ทำให้คนที่เดินมาด้วยกันข้างๆผละออกเดินออกไปที่อื่น

 

 

 

 

 

สงสัย... จะต้องไปเรียกไอ้ตี่นั่นซะแล้ว 

 

 

 

 

 

“แล้วเครื่องที่เฮียให้ไป มันอยู่ไหน?” ปาร์คจองซูถาม

 

 

 

 

 

“เครื่องไหนล่ะ ผมจำไม่ได้หรอก... อาจทำหล่นไปแล้วมั้ง” จียงตอบอย่างไม่ใส่ใจ

 

 

 

 

 

“นายทำแบบนี้กับเฮียได้ยังไง!” จองซูฟิวส์ขาดและโวยวายใส่จียงเสียงดังโดยไม่สนใจสายตาที่จับจ้อง

 

 

 

 

 

“ขอโทษนะครับ ตอนนี้ผมมีแขกอยู่” จียงตอบน้ำเสียงนิ่ง

 

 

 

 

 

“ไอ้หนุ่มนี่สินะ...” จองซูชี้ไปทางชเวซึงฮยอนที่กำลังเดินมาทางพวกเขา ทำให้ปาร์คจองซูเดินเข้าไปหาซึงฮยอนและพูดคุย

 

 

 

 

 

“ฉันขอซื้อคีย์การ์ดของนายต่อ”

 

 

 

 

 

“Hey you! What’s happen?” ชเวซึงฮยอนแกล้งตกใจและถามจียงด้วยสำเนียงอังกฤษ

 

 

 

 

 

“...” จียงยืนเงียบและส่ายหน้าเล็กน้อย

 

 

 

 

 

“Who is him?” ชเวซึงฮยอนยังคงถามจียงต่อ

 

 

 

 

 

“I want to buy your keycard.” ปาร์คจองซูต่อรองกับร่างสูงด้วยภาษาอังกฤษ

 

 

 

 

 

“My keycard? I don’t understand about keycard. Why you want to buy it?” และชเวซึงฮยอนก็ยังคงแกล้งโง่ต่อไปจนทำให้ปาร์คจองซูถึงกับอารมณ์เสียมากขึ้นกว่าเดิม

 

 

 

 

 

“โธ่เว้ย! ไอ้ฝรั่งโง่… Look this!” โทรศัพท์มือถือถูกหยิบขึ้นมา ปาร์คจองซูง่วนอยู่กับโทรศัพท์ซักพัก และเปิดบางสิ่งบางอย่างให้ซึงฮยอนดู

 

 

 

 

 

คลิป... ที่จียงกำลังถูกแอบถ่ายในตอนมีสัมพันธ์กับปาร์คจองซู

 

 

 

 

 

แม้จะเป็นออรัสเซ็กส์ที่จียงเป็นฝ่ายทำให้ก็เถอะ... แต่มันก็ยังน่าอายสำหรับร่างบางอยู่ดี

 

 

 

 

 

‘ถูกแอบถ่ายได้ไง?’ ประโยคสั้นๆที่ลอยอยู่เต็มไปหมดในหัวของควอนจียง ณ ตอนนี้ ทำให้จียงถึงกับยืนนิ่งพูดอะไรไม่ออก...

 

 

 

 

 

“Oh! He’s so sexy. Hahaha J” ซึงฮยอนที่ดูคลิปก็หัวเราะออกมา

 

 

 

 

 

ไหนนายบอกว่า... ฉันเป็นคนแรกของนายไง  

 

 

 

 

 

หึ... ตลกชะมัด เราทำไมถึงเชื่อใจคนแบบนี้ได้ 

 

 

 

 

 

ตึก! ตึก! ตึก!

 

 

 

 

 

ชเวดองอุคและคังแดซองวิ่งมาพร้อมกับหน่วยรักษาความปลอดภัยของโรงแรม ซึ่งตอนแรกชเวซึงฮยอนเดินออกไปตามหาคังแดซองและแจ้งเรื่องให้รู้ ทำให้หนุ่มตาตี่ต้องรีบขึ้นไปเรียกรุ่นพี่ที่ดำรงตำแหน่งผู้จัดการโรงแรมลงมาเคลียร์เรื่องราวที่เกิดขึ้น ทำให้ปารคจองซูถูกรวบตัวออกไปเคลียร์เรื่องราวอีกทาง

 

 

 

 

 

“ขอโทษด้วยนะครับคุณลูกค้า เดี๋ยวทางเราจะคืนเงินเพื่อเป็นการชดเชยให้กับคุณ” คังแดซอง รองผู้จัดการโรงแรมเป็นตัวแทนกล่าวแสดงความรับผิดชอบต่อชเวซึงฮยอน

 

 

 

 

 

“ไม่เป็นไรครับ” ชเวซึงฮยอนตอบ

 

 

 

 

 

“ขอโทษที” ควอนจียงที่ยืนเงียบอยู่ด้านหลังร่างสูงตั้งแต่นานเอ่ยขึ้นราวกับพึ่งหาเสียงตัวเองเจอ ชเวซึงฮยอนหันกลับไปยีหัวของคนตัวเล็กตรงหน้าจนยุ่งและ...

 

 

 

 

 

“นายนี่เร้าร้อนชะมัด” ชเวซึงฮยอนกระซิบข้างหูจียง

 

 

 

 

 

ใช่… นายเร้าร้อนเสมอ... เร้าร้อนกับทุกๆคน

 

 

 

 

 

“ฉันเปลี่ยนใจแล้ว... เราไปกินร้านที่นายพูดถึงกันเถอะ” ซึงฮยอนกุมมือของควอนจียงไว้และลากออกไปจากพื้นที่ตรงนั้นตรงไปยังโซนภัตคารอาหารของโรงแรม

 

 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
โปรดติดตามตอนต่อไป
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
ตอนที่สองค่ะ อัพแล้วนะค่ะ
ขอโทษด้วยที่อาจช้าไปมากกกกกกกกกกก
และแอบสั้นเล็กน้อย T-T
เรามีข่าวดีสองเรื่องมาบอกนะค่ะ
เรื่องแรก ปกฟิคเรื่องนี่้เสร็จแล้ว แฮ่~
เรื่องสอง ตอนหน้าเป็นตอนจบสุดเร้าร้อนของคู่นี้นะจ้ะ *....*
 
ยังไงก็รบกวนเม้นต์ติชมด้วยนะค่ะ 
ขอบคุณมากค่ะ (:
 
 

 

 

 

 

 

 

 

 

.

.

edit @ 6 Nov 2013 23:51:44 by wild18 nyx

[Thor/Loki] Midgard Part : Dust to Dust (INTRO)

posted on 31 Oct 2013 14:12 by wildninyx
Dust to Dust (Midgard Part)
Author by มิน้อย?     
 
 
 
 
 
Paring : Thor Odinson x Loki Laufeyson
Rate : PG-15 
Note : ฟังประกอบนะค่ะ http://www.youtube.com/watch?v=yJbmXvBJhCs
 
*แฟนฟิคนี้เกิดขึ้นมาจากจินตนการของผู้แต่งค่ะ แต่งเพื่อความบันเทิง
และเป็นเรื่องเกี่ยวกับชายรักชาย ถ้ารับไม่ได้แนะนำให้ปิดนะค่ะ*
 
==================================================
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 

ความรู้สึกแรกของประสาทสัมผัสในการรับกลิ่นได้รับรู้...

 

 

 

 

 

กลิ่นกุหลาบ?

 

 

 

 

 

แทนที่จะเป็นกลิ่นยาฆ่าเชื้อโรคที่ส่วนมากโรงพยาบาลทุกแห่งนั้นใช้กัน แต่ห้องนี้กลับกลายเป็นกลิ่นกุหลาบอ่อนๆเจือจางอยู่ในอากาศ

 

 

 

 

 

ความเครียดที่ติดตัวมากับเขาถูกผ่อนคลายลงไปมาก…

 

 

 

 

 

นัยน์ตาสีเขียวกวาดไปทั่วห้องที่ได้เดินเข้ามา กุหลาบสีขาวถูกปลูกในกระถางอย่างดี สวนหินถูกตกแต่งให้เหมาะสมกับสัดส่วนของห้องอย่างสวยงาม ทางเดินไม้ แกรนด์เปียโนสีขาวสะอาดตาที่ถูกตั้งตรงมุมห้อง กระจกใสบานโตที่เห็นวิวตึกสูงในกรุงนิวยอร์คยามค่ำคืน ทำให้ห้องแห่งนี้ไม่เหมือนกับส่วนหนึ่งของโรงพยาบาล แต่... ถ้าไม่ติดที่เก้าอี้นอนสีขาวถูกวางไว้ยังใจกลางห้องเหมือนเป็นคำสั่งกลายๆให้คนที่พึ่งเดินเข้ามาเอนหลังนอนลงบนนั้น

 

 

 

 

 

ไม่มีทางที่คนอย่างเขาจะเอนหลังนอนเพื่อปรึกษาปัญหาชีวิตกับจิตแพทย์ซะหรอก

 

 

 

 

 

ไม่มีทาง... เด็ดขาด

 

 

 

 

 

“คุณโลกิ ลาฟีย์ซัน” เสียงทุ้มเรียกชื่อของคนที่ยืนอยู่กลางห้องจากมุมห้องที่ตนยืนเพื่อแอบดูพฤติกรรมของคนไข้ตั้งแต่เข้าห้องมา

 

 

 

 

 

เจ้าของชื่อสะดุ้งตกใจและหันขวับกลับมาทางเสียงเรียกตน

 

 

 

 

 

… อบอุ่น

 

 

 

 

 

ความรู้สึกแรกของเขาต่อคนตรงหน้าคือความอบอุ่นที่ล้นออกมา แต่นี่มันจิตแพทย์... ที่หน้าตาดี รูปร่างสูงใหญ่ หนวดเคราประปรายเล็กน้อย มันไม่เหมาะจะมาเป็นจิตแพทย์ซักนิด

 

 

 

 

 

เขาไม่ชอบจิตแพทย์

 

 

 

 

 

เขาไม่ชอบคนตรงหน้าซักนิด...

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

“อ๊ะ…”

 

 

 

 

 

“อย่าทำแบบนี้...”

 

 

 

 

 

“อื้ม... อ๊ะ....”

 

 

 

 

 

“อย่าเกร็งมันสิ โลกิ”

 

 

 

 

 

“อ๊ะ~ อ๊า~”

 

 

 

 

 

“ดีมาก ค่อยๆผ่อนคลาย”

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

อึดอัด...

 

 

 

 

 

เขารู้สึกได้ถึงความเครียดที่ปะปนอยู่ในอากาศมันออกมาจากคนไข้ตรงหน้าของเขา ชายร่างสูงผมสีดำสนิทถูกทัดไว้หลังหูอย่างลวกๆ นัยน์ตาสีเขียวที่กำลังจ้องมา ริมฝีปากเรียวเม้มเป็นเส้นตรงเรียบ เสื้อสูทเนื้อผ้าดีถูกสวมใส่อย่างเรียบร้อยบ่งบอกบอกความเป็นผู้ดีของคนสวมใส่ ดูเผินๆคนๆนี้อาจไม่ใช่บุคคลที่ควรจะได้รับการรักษา แต่เขากลับเห็นกำแพงที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อปิดกั้นหรือป้องกันอะไรบางอย่างจากคนภายนอกให้ห่างจากตัวเอง

 

 

 

 

 

เปลือกแข็งภายนอกมักจะหุ้มส่วนอ่อนไหวของภายในไว้เสมอ

 

 

 

 

 

กำลังคิดจะทำอะไรอยู่?

 

 

 

 

 

ฉันชักอยากจะค้นหาภายในตัวตนของนายซะแล้วสิ... โลกิ ลาฟีย์ซัน

 

 

 

 

 

 

 

 

 

“สวัสดี ผมธอร์ โอดินสัน เป็นจิตแพทย์ของคุณ J”


 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
โปรดติดตามตอนต่อไป
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
อันนี้อินโทรของโลกมิดการ์ด (ของเรา)
ตอนหน้าพบกับตอนแรกของโลกแอสการ์ด (ของน้องวา Hawaze)
เราจะอัพสลับกันไปเรื่อยๆนะคะ
ขอให้สนุกกันฟิคนะคะ
 
ยังไงก็รบกวนเม้นต์ติชมด้วยนะคะ
ขอบคุณมากค่ะ (:
 
รักนักอ่านทุกคน *โบกมือแบบนางงาม*
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
.

edit @ 31 Oct 2013 14:22:31 by wild18 nyx